วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

คำสั่งใน google


คำสั่งการหาข้อมูลด้วยไฟล์เพาเวอร์พ้อย









คำสั่งการใช้เครื่องหมายคำพูด




คำสั่งการคำนวณ + - *


























นานาสาระ


เคล็ดลับ 10 ข้อให้คุณดูสดใสขึ้นทันตา
1. อิ่มกำลังดีกับมื้อเช้าแสนวิเศษ
เราต่างก็รู้เหมือน ๆ กันว่า มื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด แต่หลายคนต้องรีบเร่งทำเวลา ก่อนออกจากบ้าน จึงพลาดมื้อเช้าไป อย่างน่าเสียดาย แม้จะพยายามชดเชยด้วยเครื่องดื่มร้อน ๆ หรือน้ำผลไม้สักแก้ว กับขนมขบเคี้ยวจำพวกแป้งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น คุกกี้ ขนมปังหรือ ปาท่องโก๋ก็ตาม แต่พลังงานที่ได้รับก็ยังไม่เพียงพอ ให้คุณได้เต็มที่กับงานในวันนั้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากคุณผ่านช่วงเวลาอันเหนื่อยล้า และต้องการเรียกพลัง กลับคืนมาโดยเร่งด่วน ต้องถือเป็น กฏเหล็ก ที่จะไม่งดมื้อเช้าในวันนั้น ทั้งนี้ไม่จำเป็น ต้องเป็นมื้อหนัก อาหารเช้าชุดใหญ่อะไรเลย เพราะอาจรู้สึกว่าท้องไส้ ยังไม่พร้อมสำหรับการย่อยอาหาร ปริมาณมาก ๆ ขอเพียงแต่พยายาม เลือกกินอาหารให้ครบห้าหมู่ อย่างละนิดอย่างละหน่อย แล้วตบท้ายด้วยผลไม้สด และนม หรือโยเกิร์ตสักถ้วย ก็จะช่วยเรียกความกระปรี้กระเปร่ากลับคืนมาได้


2. สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ
เป็นทางออกง่าย ๆ ที่หลายคนมองข้ามเวลาเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า หรือเกิดความเครียดในตัวมาก ๆ ให้ลองแก้ง่าย ๆ ด้วยการ สูดลมหายใจ ทางจมูกเข้าปอดลึก ๆ กลั้นไว้ในช่องอก ประมาณ 15-20 วินาที ก่อนจะปล่อยลมหายใจออก ทางปากให้หมด ทำซ้ำเช่นนี้ประมาณ 3 ครั้ง คุณจะพบว่ารู้สึกสดชื่นขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะหายใจเข้าออกกันเพียงช่วงสั้น ๆ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เต็มที่ วิธีนี้จะทำให้ออกซิเจนเข้าปอดคุณ อย่างเต็มที่ทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง และเลือดลม ในร่างกายไหลเวียนสูบฉีดดีขึ้น


3. ดื่มนมสด
นมสดหนึ่งแก้วเล็ก ๆ มีโปรตีนชนิดที่ ช่วยสร้างพลังงานให้คุณได้ถึง 3 กรัม ทำให้ร่างกายปรับตัวได้อย่างสมดุล นอกจากนี้ ในนมสดก็ยังเป็นแหล่ง แคลเซียมที่สำคัญต่อร่างกายอีกด้วย ในหนึ่งแก้วขนาด 100 กรัม มีแคลเซียมสูงถึง 120 มิลลิกรัม ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และฟันได้ดี แถมยังมีฟอสฟอรัสและวิตามินครบถ้วนทั้ง A,B.C, และ E อีกต่างหาก


4. แวบไปว่ายน้ำ
ข้อนี้อาจทำยากสักนิด แต่ถ้าคุณหาจังหวะแวบได้ ให้ลงว่ายน้ำสักประมาณ 15-20 นาที อย่างไม่ต้องหักโหมอะไรนัก จะช่วยให้คุณสดใส เปล่งปลั่งขึ้นอย่างประหลาด ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็น เพราะน้ำในสระว่ายน้ำ จะช่วยพยุงตัวไม่ให้คุณ รู้สึกใช้กำลังมาก เหมือนออกกำลังกายในยิม และความเย็นฉ่ำของน้ำจะทำให้รู้สึกสดชื่นกระฉับกระเฉงขึ้น แต่ถ้าหาเวลาไม่ได้จริง ๆ อาจจะเลือก อาบน้ำฝักบัวแทนก็ได้ แต่ผลของการไปว่ายน้ำจะดีกว่ามาก


5. กล้วยช่วยได้
อย่ามองข้ามผลไม้พื้นบ้านธรรมดา ๆ อย่างกล้วยไปได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกล้วยหอมอร่อยเลิศเลยด้วยซ้ำ จะเป็นกล้วยพันธุ์ไหน ก็ได้สักหนึ่งลูก จะช่วยคุณเรียกพลังกลับมาได้ในเวลาอันสั้น เพราะในกล้วยอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญต่อร่างกาย ทั้ง A,B,C และ E รวมทั้งเหล็กแป้ง น้ำตาลธรรมชาติ นอกจากนี้ยยังมีโปแตสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่สำคัญ ช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำ และความชุ่มชื้นของเซลล์ผิวหนังกับเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายอีกด้วย


6. นวดตัวพร้อมกลิ่นหอมบำบัดอารมณ์
อาจจะปลีกเวลาไปนวดตัวช่วงสั้น ๆ โดยเลือกการนวดน้ำมันอโรมา ที่กลิ่นหอมของน้ำมันจากธรรมชาติ จะช่วยให้คุณรู้สึก ผ่อนคลาย และเรียกความสดใสกลับคืนมาได้ แต่หากหาเวลานวดไม่ได้จริง ๆ อาจจะใช้วิธีจุดเตาน้ำมันหอมระเหยขนาดเล็ก ในห้องแทน ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน


7. น้ำผลไม้สด
วิตามินซีในน้ำผลไม้ ซึ่งมีในปริมาณสูงอยู่แล้วโดยธรรมชาติ จะช่วยเสริมสร้างพลังงานได้ในทันทีทันควัน เพราะน้ำตาล จากรสหวานของผลไม้ ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้เลย โดยไม่ต้องย่อย หรือแปรสภาพเหมือนกับ น้ำตาล ที่ได้จากแหล่งอื่น นอกจากนี้ ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ และริ้วรอยต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย ควรพยายามดื่มน้ำผลไม้ อย่างน้อย วันละหนึ่งแก้ว เป็นประจำ หรือจะเป็นน้ำขิงร้อน ๆ ก็จะช่วยสร้างความกระปรี้กระเปร่าอย่างเห็นผลทันทีเช่นกัน


8.ถั่ว และผลไม้อบแห้ง
นี่ก็เช่นกันที่ไม่ควรมองข้าม เพราะทั้งถั่ว และผลไม้อบแห้งทั้งหลาย มีประโยชน์มากกว่าขนมขบเคี้ยว จำพวกแป้งนัก เนื่องจากอุดมด้วย ธาตุเหล็ก ช่วยเสริมสร้างพลังงานและทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกายคล่องตัวขึ้น เป็นผลให้ ผิวพรรณของคุณ ดูสดชื่นเปล่งปลั่งกว่าที่เคยเป็น บางคนถึงกับเชื่อว่า การกินอาหารจำพวกถั่วมาก ๆ จะช่วยลดขนาดของไฝ ขี้แมลงวัน หรือตุ่มเล็กตุ่มน้อย ตามผิวหนังด้วยซ้ำไป แต่ในสายตาของแพทย์แล้ว ไม่ควรเลือกกินอาหาร ประเภทใด ประเภทหนึ่ง ซ้ำกันนาน ๆ หรือในปริมาณที่มากเกินปกติ เพราะการกินที่ถูกต้อง คือต้องให้คละหมู่หลากหลายประเภทเข้าไว้


9. ชื่นใจกับดอกไม้สวย
วิธีนี้ง่ายสุด เพียงแค่เดินหาซื้อ หรือสั่งดอกไม้สวยหอม ๆ สักช่อมาให้รางวัลกับตัวเอง โดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษที่ไหน หรือจากใคร ทั้งนั้น คุณก็จะได้รับความสดชื่น และรู้สึกเปี่ยมพลังขึ้นในทันท ีที่สัมผัสกลิ่นหอม และได้ชื่นชมความงาม ของดอกไม้ ช่อสวย หรือถ้าไม่ต้องการสิ้นเปลือง จะเลือกเดินชมต้นไม้ ดอกไม้ ตามสวนสาธารณะ หรือ็อาจจะซื้อต้นไม้กระถางเล็กๆ วางประดับ บนโต๊ะทำงาน สีเขียวอันสดชื่นของมัน ช่วยสร้างพลังให้กับคุณได้ในทุกครั้งที่มองเห็น


10. จิบชาสมุนไพร
การได้จิบเครื่องดื่มร้อน ๆ รสชาติถูกใจ เช่น ชาสมุนไพร จะช่วยผ่อนคลาย และเรียกพลังกลับคืนมาให้คุณได้ นอกจากนี้ ชาบางชนิด เช่น ชากลิ่นสะระแหน่ ยังช่วยคลายเครียด และขับลมในกระเพาะอีกด้วย ซึ่งหากไม่ต้องการจิบชา อาจจะแค่หา ใบสะระแหน่มา ขยี้สูดดมกลิ่นของมัน ก็ช่วยคลายเครียดได้เช่นกัน

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถสร้างลุคใหม่ที่ทั้งสดใส และมีสุขภาพดี พร้อมที่จะออกไปเริงร่ารับลมร้อนโดยไม่ต้องอายใคร

นวัตกรรมและสารสนเทศทางการศึกษา

นวัตกรรม คือการนำเอาความคิดใหม่ ควงามรู้ใหม่ การกระทำสิ่งใหม่ เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพัฒนาการจัดการศึกษา นำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่วนเทคโนโลยีคือผลสืบเนื่องจาก จากการนำเอาความคิดใหม่ ความรู้ใหม่ วงิธีการและเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ ประยุกต์เข้ากัยความรู้ และวิธีการทางวิทยาศาสตร์นำมาใช้นำมาปฎิบัติในการจัดการศึกษาอย่างมีระบบ การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช่้ จะช่วยให้การจัดการศึกษามีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงมีการพัฒนาอย่างเหมาะสมขึ้นมีประสิทธิภาพดีขึ้น อย่างเช่นนวัตกรรมInnovation ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคใหม่ สอนแบบใหม่ เปลี่ยนไปจากการสอนวิธีบรรยาย มาทำเป็นบทเรียนสำเร็จรูป บทเรียนโปรแกรม จัดทำอุปกรณ์เป็นพวก Software เช่น การทำแผนภาพแผนภูมิ หาอุปกรณ์ในท้องถิ่นเป็นอุปกรณ์เป็นต้น

เทคโนโลยีทางการศึกษา (Educational Technology) ตามรูปศัพท์ เทคโน (วิธีการ) + โลยี(วิทยา) หมายถึง ศาสตร์ที่ว่าด้วยวิธีการทางการศึกษา ครอบคลุมระบบการนำวิธีการ มาปรับปรุงประสิทธิภาพของการศึกษาให้สูงขึ้นเทคโนโลยีทางการศึกษาครอบคลุมองค์ประกอบ 3 ประการ คือ วัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการ (boonpan edt01.htm)

สภาเทคโนโลยีทางการศึกษานานาชาติได้ให้คำจำกัดความของ เทคโนโลยีทางการศึกษา ว่าเป็นการพัฒนาและประยุกต์ระบบเทคนิคและอุปกรณ์ ให้สามารถนำมาใช้ในสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม เพื่อสร้างเสริมกระบวนการเรียนรู้ของคนให้ดียิ่งขึ้น (boonpan edt01.htm)

ดร.เปรื่อง กุมุท ได้กล่าวถึงความหมายของเทคโนโลยีการศึกษาว่า เป็นการขยายขอบข่ายของการใช้สื่อการสอน ให้กว้างขวางขึ้นทั้งในด้านบุคคล วัสดุเครื่องมือ สถานที่ และกิจกรรมต่างๆในกระบวนการเรียนการสอน (boonpan edt01.htm)

Edgar Dale กล่าวว่า เทคโนโลยีทางการศึกษา ไม่ใช่เครื่องมือ แต่เป็นแผนการหรือวิธีการทำงานอย่างเป็นระบบ ให้บรรลุผลตามแผนการ (boonpan edt01.htm)

นอกจากนี้เทคโนโลยีทางการศึกษา เป็นการขยายแนวคิดเกี่ยวกับโสตทัศนศึกษา ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากโสตทัศนศึกษาหมายถึง การศึกษาเกี่ยวกับการใช้ตาดูหูฟัง ดังนั้นอุปกรณ์ในสมัยก่อนมักเน้นการใช้ประสาทสัมผัส ด้านการฟังและการดูเป็นหลัก จึงใช้คำว่าโสตทัศนอุปกรณ์ เทคโนโลยีทางการศึกษา มีความหมายที่กว้างกว่า ซึ่งอาจจะพิจารณาจาก ความคิดรวบยอดของเทคโนโลยีได้เป็น 2 ประการ คือ
1. ความคิดรวบยอดทางวิทยาศาสตร์กายภาพ ตามความคิดรวบยอดนี้ เทคโนโลยีทางการศึกษาหมายถึง การประยุกต์วิทยาศาสตร์กายภาพ ในรูปของสิ่งประดิษฐ์ เช่น เครื่องฉายภาพยนตร์ โทรทัศน์ ฯลฯ มาใช้สำหรับการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นส่วนใหญ่ การใช้เครื่องมือเหล่านี้ มักคำนึงถึงเฉพาะการควบคุมให้เครื่องทำงาน มักไม่คำนึงถึงจิตวิทยาการเรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล และการเลือกสื่อให้ตรงกับเนื้อหาวิชา
ความหมายของเทคโนโลยีทางการศึกษา ตามความคิดรวบยอดนี้ ทำให้บทบาทของเทคโนโลยีทางการศึกษาแคบลงไป คือมีเพียงวัสดุ และอุปกรณ์เท่านั้น ไม่รวมวิธีการ หรือปฏิกิริยาสัมพันธ์อื่น ๆ เข้าไปด้วย ซึ่งตามความหมายนี้ก็คือ "โสตทัศนศึกษา" นั่นเอง
2. ความคิดรวบยอดทางพฤติกรรมศาสตร์ เป็นการนำวิธีการทางจิตวิทยา มนุษยวิทยา กระบวนการกลุ่ม ภาษา การสื่อความหมาย การบริหาร เครื่องยนต์กลไก การรับรู้มาใช้ควบคู่กับผลิตกรรมทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม เพื่อให้ผู้เรียน เปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นมิใช่เพียงการใช้เครื่องมืออุปกรณ์เท่านั้น แต่รวมถึงวิธีการทางวิทยาศาสตร์เข้าไปด้วย มิใช่วัสดุ หรืออุปกรณ์ แต่เพียงอย่างเดียว (boonpan edt01.htm)

ความหมายของนวัตกรรม

นวัตกรรม” หมายถึงความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น เมื่อนำ นวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิม ทั้งยังช่วย ประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย
“นวัตกรรม” (Innovation) มีรากศัพท์มาจาก innovare ในภาษาลาติน แปลว่า ทำสิ่งใหม่ขึ้นมา ความหมายของนวัตกรรมในเชิงเศรษฐศาสตร์คือ การนำแนวความคิดใหม่หรือการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ในรูปแบบใหม่ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือก็คือ ”การทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ (Change) ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราให้กลายมาเป็นโอกาส (Opportunity) และถ่ายทอดไปสู่แนวความคิดใหม่ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม” แนวความคิดนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยจะเห็นได้จากแนวคิดของนักเศรษฐอุตสาหกรรม เช่น ผลงานของ Joseph Schumpeter ใน The Theory of Economic Development,1934 โดยจะเน้นไปที่การสร้างสรรค์ การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันจะนำไปสู่การได้มาซึ่ง นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technological Innovation) เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เป็นหลัก นวัตกรรมยังหมายถึงความสามารถในการเรียนรู้และนำไปปฎิบัติให้เกิดผลได้จริงอีกด้วย
http://benjamas22.212cafe.com/

Innovation
From Wikipedia, the free encyclopedia
Jump to: navigation, search
For other uses, see Innovation (disambiguation).
This article is written like a personal reflection or essay and may require cleanup. Please help improve it by rewriting it in an encyclopedic style. (May 2009)

A personification of innovation as represented by a statue in The American Adventure in the World Showcase pavilion of Walt Disney World's Epcot.Innovation is a new way of doing something or "new stuff that is made useful".[1] It may refer to incremental and emergent or radical and revolutionary changes in thinking, products, processes, or organizations. Following Schumpeter (1934), contributors to the scholarly literature on innovation typically distinguish between invention, an idea made manifest, and innovation, ideas applied successfully in practice. In many fields, such as the arts, economics and government policy, something new must be substantially different to be innovative. In economics the change must increase value, customer value, or producer value. The goal of innovation is positive change, to make someone or something better. Innovation leading to increased productivity is the fundamental source of increasing wealth in an economy.

Innovation is an important topic in the study of economics, business, design, technology, sociology, and engineering. Colloquially, the word "innovation" is often synonymous with the output of the process. However, economists tend to focus on the process itself, from the origination of an idea to its transformation into something useful, to its implementation; and on the system within which the process of innovation unfolds. Since innovation is also considered a major driver of the economy, especially when it leads to new product categories or increasing productivity, the factors that lead to innovation are also considered to be critical to policy makers. In particular, followers of innovation economics stress using public policy to spur innovation and growth.

Those who are directly responsible for application of the innovation are often called pioneers in their field, whether they are individuals or organisations.

http://en.wikipedia.org/wiki/Innovation